บทสัมภาษณ์ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานผู้สนับสนุนการจัดงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023


1.บทบาทหน้าที่ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทย ในการตัดสินใจให้การสนับสนุนการจัดงาน SETA ประจำปี 2023ในครั้งนี้ ?
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้ความสำคัญกับงานประชุมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชียหรือ SETA  มาตั้งแต่มีการจัดงานในปีแรกจนถึงในปัจจุบัน  ด้วยเหตุผลสำคัญที่เห็นว่างานนี้เป็นแพลตฟอร์มหรือเวทีสำคัญในการให้กรมฯ ได้แสดงแนวนโยบายทางด้านพลังงานให้กับคนที่มาร่วมงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  กรมฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง 
พร้อมร่วมนำเสนอนโยบายสำคัญด้านพลังงานของกรมฯ และกระทรวงพลังงาน  เวทีนี้สามารถสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน  และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงาน  และมีเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนร่วมกัน
ภายใต้นโยบายของกระทรวงพลังงาน  ได้มอบหมายภารกิจหลักแก่ พพ. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อน
การใช้พลังงานทดแทนหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงานให้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย    พพ. เองได้ปรับบทบาทองค์กรก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)  นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว       ยังเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและการดำเนินการหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065   ตลอดจนการส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดให้เป็นไปตามเป้าหมาย  การปรับตัวเพื่อรองรับและส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทั้งสร้างพันธมิตรและร่วมมือกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนา 
การส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  จัดหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อพัฒนาเป็นพลังงานทางเลือก การใช้พลังงานแบบผสมผสานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงาน และสนับสนุนเผยแพร่เทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อสนองตอบความต้องการของทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอ ด้วยต้นทุนที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
2. เนื่องจากในปีนี้ SETA 2023 มุ่งเน้นการพูดถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นตัวหลัก เพื่อการพุ่งเป้า
สู่จุดหมายคือคาร์บอนสุทธิเป็นศุนย์ ทาง พพ. มีแนวทางการในนำเสนอในเรื่องแนวนโยบายทางด้านพลังงานหมุนเวียนด้านเป็นอย่างไร?
จะเห็นว่า พพ. เองก็มีแนวนโยบาย incentive และผลงานในการสนับสนุนโครงการต่างๆ ในการส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอน อาทิเช่น การสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนในทุกภาคส่วนของประเทศเพื่อการก้าวสู่  Carbon Neutrality และ Net Zero และทิศทางการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดไทยในหลากหลายมิติ  และอื่นๆ 

3. ท่านมีความคิดว่า คิดว่าประโยชน์ที่อุตสาหกรรมพลังงานไทยจะได้รับจากงาน SETA 2023 มีอะไรบ้าง?
อันดับแรก มองว่างานนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนทุกคนได้เข้าถึงองค์ความรู้ทางด้านพลังงานได้เป็นอย่างดี เราสามารถได้รับรู้รับฟัง เรียนรู้ในเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปชมงานหรือเจอผู้คน ในงาน SETA ได้จัดให้มีการพบปะผู้คนจากวงการพลังงานมาจากนานาประเทศ ทั้งในระดับผู้นำ ผู้บริหารระดับซีอีโอของบริษัทชั้นนำ ผู้ลงทุน รัฐวิสาหกิจ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเพื่อสร้างการขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมพลังงานในระดับเอเชียและโลก 
ประเด็นต่อมามองว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ก่อให้เ กิดการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจส่งเสริมให้เกิดโอกาส
การลงทุน  ได้รับรู้เทรนด์หรือเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดในด้านพลังงาน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่  ไฮโดรเจน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว  สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี 
สุดท้ายคือ การสร้างความตื่นตัวในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก นั้นคือ กฏระเบียบบังคับของโลกว่าด้วยมาตราการการกีดกันการค้าต่อกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน ซึ่งภายในงานจะมีตัวแทนจากองค์กรระดับโลกมาร่วมแชร์ในส่วนนี้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราในวงการพลังงานไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจำเป็นต้องเตรียมพร้อม  เพื่อรับมือ ปรับตัวและสร้างการเติบโตต่อไป 

4. สุดท้ายนี้ท่านมองทิศทางภาพรวมการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของไทย สู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนอย่างไร  
ประเทศไทยมีการขับเคลื่อนและตื่นตัวในการก้าวสู่พลังงานสะอาดค่อนข้างเร็วและเป็นรูปธรรม ทั้งในส่วนของภาครัฐในการกำหนดนโยบาย ในขณะที่ภาคเอกชนก็มีการปรับแผน สร้างเครือข่าย และมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้มากขึ้น โดยในส่วนของกระทรวงพลังงานมีแผนงานสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานสู่พลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ  เช่น  
- ด้านความมั่นคงสู่สังคมคาร์บอนต่ำมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน มีแผนการลงทุน Grid Modernization อย่างชัดเจน มีการปรับปรุงกฏ  กติกาในการส่งเสริมการซื้อขายพลังงานสะอาด
เชิงพื้นที่ และ ส่งเสริมการลงทุน EV การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เป็นต้น 
- ด้านพลังงานด้วยการเสริมสร้างเศรษฐกิจ เช่น เร่งส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเร่งพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 
- ด้านพลังงานลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  มีการส่งเสริมการลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล/ก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานเพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก  การพัฒนาระบบไฟฟ้าสำหรับพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หรือมาตรการการช่วยเหลือด้านพลังงานแบบเฉพาะให้กับกลุ่มเปราะบาง เช่น ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้มีรายได้น้อย
- ด้านการพัฒนาองค์กรเพื่อให้บริการ  โดยเผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานรูปแบบ Interactive Dashboard แสดงข้อมูลเชิงลึกด้านพลังงานผ่านการประมวลผลรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อใช้สื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก  รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้านดิจิทัลในการดำเนินงานด้านพลังงาน
สุดท้าย  ด้านการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ได้จัดทำแผนพลังงานชาติ และแผนย่อยรายสาขา เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพลังงานของไทยรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ การจัดทำโรดแม็ป (Roadmap) มีระบบเทคโนโลยีการดักจับกักเก็บคาร์บอนเพื่อใช้ประโยชน์ (CCUS) เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามเป้าหมายที่วางไว้ 

สุดท้ายนี้   ขอเชิญชวนคนที่สนใจในเรื่องพลังงาน  มาร่วมงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 นี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ  โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานกันมากมาย ถือเป็นหนึ่งในการแสดงบทบาทและโชว์ศักยภาพการผลักดันทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่พลังงานแห่งอนาคตในเวทีนานาชาติได้อีกทางหนึ่ง   ซึ่งมั่นใจว่าทุกภาคส่วนจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมในงานนี้อย่างแน่นอน  ขอบคุณครับ 

สนใจข้อมูลงาน SETA 2023 และ Solar+Storage Asia 2023  สามารถติดต่อได้ที่
คุณ ภรภัสสรณ์ ชุมพล PR & Marketing Executive Officer Email: pr@gat.co.th โทร 0 9457 01820, 0 6349 03388
เว็บไซต์ www.SETAasia.com  และ  www.SolarStorageAsia.com และ เฟสบุ๊ค www.facebook.com/seta.asia   


ไม่มีความคิดเห็น