“ชาวไร่ยาเส้น” กังวล! กฎหมายแบนการซื้อบุหรี่ตามปีเกิด หวั่นนโยบายสวยหรูทำลายวิถีชนบท ชาวไร่–ร้านค้าต่างจังหวัดรับกรรม
สมาคมอนุรักษ์ยาเส้นพื้นเมืองไทย ตั้งข้อสังเกตต่อแนวคิดกำหนดสิทธิในการซื้อบุหรี่และนิโคตินทุกประเภทโดยใช้ “ปีเกิด” เป็นเงื่อนไข ชี้อย่าออกนโยบายจากห้องแอร์ ต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในชนบท หวั่นซ้ำซ้อนกฎหมายเดิมในการกำหนดห้ามอายุผู้ซื้อต่ำกว่า 18 ปี แนะบังคับใช้กฎหมายเดิม พร้อมวอนรัฐเปิดเวทีรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องก่อนออกกฎหมายใหม่
นายภคิน วลโภคาศัย นายกสมาคมอนุรักษ์ยาเส้นพื้นเมืองไทย เผยว่า “มีความกังวลกับนโยบายกำหนดปีเกิดเพื่อห้ามซื้อบุหรี่รวมถึงยาเส้น และสินค้านิโคตินทุกประเภท (Nicotine-Free Generation) เพราะเป็นการสร้างภาระเพิ่มขึ้นให้กับร้านขายของชำเล็ก ๆ และประชาชนในชนบท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกร ชาวนา และชาวไร่ที่ใช้ชีวิตและซื้อสินค้าจากร้านค้าในชุมชน การกำหนดขั้นตอนการแสดงเอกสารหรืออาจจะต้องมีเทคโนโลยีเพิ่มเติม ซึ่งไม่ได้มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี การยืนยันข้อมูลบัตรประชาชน และความรู้ด้านกฎหมายเหมือนในประชาชนในเมือง“
ผลกระทบที่สำคัญคือรายได้และความเป็นอยู่ของร้านค้าคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการปลูกยาเส้นพื้นเมือง เป็นวิถีชีวิตของคนชนบทมายาวนาน ปัจจุบัน สมาคมอนุรักษ์ยาเส้นพื้นเมืองไทยมีสมาชิกเกษตรกร 3,750 คน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ หนองคาย และน่าน โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนเพาะปลูกประมาณ 2,700 คน มีพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 28,000 ไร่ และมีมูลค่าการเพาะปลูกประมาณ 1,176 ล้านบาท หรือประมาณ 42,000 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ มูลค่าขึ้นอยู่กับราคายาเส้นในแต่ละปี
“รัฐบาลพยายามบอกว่านโยบายนี้จะไม่ส่งผลกระทบชาวไร่ยาสูบและยาเส้น แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีการกำหนดหรือสร้างความยุ่งยากในขั้นตอนการซื้อ ผู้บริโภคก็จะหันไปซื้อบุหรี่เถื่อนแทน ซึ่งตอนนี้กำลังเติบโตเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากราคาถูกพอๆ กับราคายาเส้น แต่ซื้อขายได้ง่าย สะดวกสบายกว่ามาก”
นายภคินกล่าวต่อว่า “ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีซื้อบุหรี่หรือยาสูบ ซึ่งก็มีความเข้มงวดเหมาะสมดีแล้ว หากรัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่”
สมาคมฯ เรียกร้องให้รัฐบาลประเมินผลกระทบให้ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้ารายย่อย ไปจนถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบทอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจเดินหน้ามาตรการใหม่ “รัฐบอกว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน แต่ที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยเห็นการเปิดเวทีให้ชาวไร่ ร้านค้า หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้แสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง " นายภคินกล่าว

Post a Comment