HomePro Circular Economy Movement ‘เปลี่ยน’ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า | CHANGE FOR BETTER LIVING
เมื่อ ‘ของเก่า’ ได้ไปต่อ ที่บ้านของเรา… มีของเก่ากี่ชิ้นที่ “ยังไม่ได้ไปต่อ” ตู้เย็นที่เริ่มไม่เย็น แอร์ที่เริ่มมีเสียงดัง หรือทีวีเครื่องเดิมที่ยังเก็บไว้ ทั้งที่อยากเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ ที่ประหยัดพลังงานกว่า
หลายครั้ง เราไม่ได้เก็บของเหล่านั้นไว้เพราะยังใช้งานได้ แต่เพราะ “ไม่รู้ว่าจะเริ่มจัดการของเก่าอย่างไร”
เรื่องเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละบ้านหลายล้านหลัง กลับกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) มากถึง 708,454 ตัน คิดเป็นกว่า 65% ของของเสียอันตรายจากชุมชน ขณะที่มีของเสียจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง และกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้บริโภคไม่อยากเปลี่ยน แต่อยู่ที่หลายคน “ยังไม่มีทางเลือกที่ง่ายและน่าเชื่อถือพอ…ที่จะเริ่มต้น”
และนี่คือเหตุผลที่ “โฮมโปร” ไม่ได้หยุดบทบาทเพียงวันที่ขายสินค้า แต่เลือกเป็นส่วนหนึ่งของทางออก ดูแลตลอดทั้งวงจรชีวิตสินค้า ตั้งแต่ ‘ซ่อมก่อนทิ้ง’ – เพื่อยืดอายุสินค้าให้ยาวนานขึ้น ‘รับคืนของเก่าจากบ้านลูกค้า’ - เพื่อนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี และ ‘นำวัสดุหมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าใหม่อีกครั้ง’ ทุกกระบวนการ ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็น HomePro Circular Economy Ecosystem ภายใต้แนวคิด ‘เปลี่ยน’ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า (CHANGE FOR BETTER LIVING) — เพราะเชื่อว่า การเปลี่ยนที่ยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำจากเรื่องใหญ่ แต่เริ่มต้นจากเรื่องเล็กในบ้าน และทุกๆ การเลือกในชีวิตประจำวัน
จาก “ขายสินค้า” สู่ “ดูแลตลอดวงจรชีวิตสินค้า”
เมื่อผู้บริโภคเลือกแบรนด์จาก “สิ่งที่แบรนด์ทำ” มากกว่า “สิ่งที่แบรนด์พูด” ธุรกิจค้าปลีกจึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพสินค้า ราคา หรือโปรโมชั่นอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคตลอดวงจรชีวิตของสินค้า
วันที่ขายสินค้าออกไป จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความรับผิดชอบ
นี่คือเหตุผลที่ “โฮมโปร” ยกระดับบทบาทตัวเอง จากผู้จำหน่ายสินค้าและบริการเรื่องบ้าน สู่แบรนด์ที่พร้อมดูแลบ้านและคุณภาพชีวิตผู้คนในระยะยาว ตั้งแต่การเลือกซื้อ การดูแลรักษา การยืดอายุการใช้งาน ไปจนถึงการจัดการสินค้าเมื่อหมดอายุการใช้งาน
แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโมเดลธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก จาก “ขายสินค้าแล้วจบ” ไปสู่การ “ดูแลตลอดวงจรชีวิตสินค้า” เพราะในอนาคต ความสามารถในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ จะไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ และกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับโฮมโปร วิสัยทัศน์นี้ถูกแปลงเป็นการลงมือจริง ผ่าน HomePro Circular Economy Ecosystem หรือ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนครบวงจร ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้ผลิต พันธมิตรด้านการจัดการอย่างถูกวิธี พันธมิตรด้านการรีไซเคิล และแบรนด์ ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อร่วมกันทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
ทั้งหมดนี้ สะท้อนบทบาทใหม่ของโฮมโปรในฐานะ “Home Lifetime Companion” หรือ เพื่อนคู่บ้านตลอดชีวิต ที่ไม่ได้อยู่กับลูกค้าเพียงวันที่เลือกซื้อสินค้า แต่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกบ้าน
นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “โฮมโปรไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่าจะลดขยะอย่างไร แต่เริ่มจากคำถามว่า เราจะดูแลบ้าน ดูแลลูกค้า และดูแลสินค้าตลอดวงจรชีวิตสินค้าได้อย่างไร และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ HomePro Circular Economy Ecosystem ที่ไม่ได้มองเป็นแคมเปญระยะสั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
HomePro Circular Economy Movement : เมื่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนถูกถ่ายทอดออกมาเป็นประสบการณ์จริง
จากวิสัยทัศน์ที่โฮมโปรวางไว้ วันนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ ผ่านงาน HomePro Circular Economy Movement พร้อมเชิญพันธมิตรจากทุกภาคส่วน มาร่วมถ่ายทอดภาพการทำงานของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การรับคืนของเก่าจากบ้านลูกค้า การคัดแยก การรีไซเคิล จนกลับมาเป็นสินค้ารักษ์โลกอีกครั้ง พร้อมร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
3 ปีที่พิสูจน์ได้: Circular Economy เกิดขึ้นได้จริง
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่โฮมโปรและพันธมิตรร่วมกันสร้าง ไม่ใช่เพียงแนวคิดเพื่อความยั่งยืน แต่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในทุกวัน
จากเดิมที่ของเก่าหลายชิ้นถูกเก็บไว้เพราะไม่รู้จะจัดการอย่างไร หรือจบลงที่การทิ้ง วันนี้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มเลือก "ซ่อมก่อนทิ้ง" ส่งต่อของเก่าเข้าสู่ระบบ และเลือกใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุหมุนเวียนมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่
-รับคืนของเก่าจากบ้านลูกค้ากว่า 590,869 ชิ้น
-ซ่อมและยืดอายุการใช้งานสินค้าไปแล้วกว่า 97,006 ชิ้น
-พัฒนาต่อยอดเป็นสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนกว่า 532 SKUs
-ส่งมอบสินค้ารักษ์โลกสู่ผู้บริโภคกว่า 8.5 ล้านชิ้น (ขณะที่ยอดขายเติบโตขึ้นจาก 190 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น 945 ล้านบาท ในปี 2568 และตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว)
-ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่า 35 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่าปลูกต้นไม้กว่า 2.3 ล้านต้น
สำหรับโฮมโปร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงผลลัพธ์ของการดำเนินงาน แต่เป็นสัญญานว่า ผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนยังพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมและการเติบโตของธุรกิจไปพร้อมกัน โดยในปี 2568 ยอดขายสินค้ารักษ์โลกเติบโตขึ้นเกือบ 5 เท่าจากปีก่อนหน้า
“สิ่งที่ภูมิใจที่สุด ไม่ใช่จำนวนของเก่าที่ถูกส่งคืน แต่คือการเห็นผู้คนเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมในการใช้ทรัพยากร เพราะทุกครั้งที่ลูกค้าเลือกซ่อมก่อนทิ้ง ส่งต่อของเก่า หรือเลือกใช้สินค้ารักษ์โลก นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
เราไม่ได้ต้องการให้ผู้บริโภครู้สึกว่ากำลังช่วยโลก เพราะสำหรับหลายคน เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่เราต้องการทำให้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กลายเป็นทางเลือกที่ง่ายและสะดวกที่สุด เพราะเชื่อว่าถ้าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย...ทุกคนก็พร้อมจะเปลี่ยน และเมื่อคนจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นได้จริง” นางอุไรวรรณ กล่าวเสริม
พลังจากพันธมิตร : สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง
HomePro Circular Economy Ecosystem ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต พันธมิตรด้านการจัดการของเก่า พันธมิตรด้านการรีไซเคิล ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อทำให้ "ของเก่า" กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง โดยโฮมโปรทำหน้าที่เป็นแกนกลาง เชื่อมโยงพันธมิตรกว่า 324 แบรนด์ ครอบคลุมสินค้ากว่า 11,110 รายการ
โดยแบ่งบทบาทพันธมิตรออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
-พันธมิตรด้านการคัดแยกเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
-พันธมิตรด้านการรีไซเคิลและผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (PCR Material) | วัสดุเหล็ก และอลูมิเนียม
-พันธมิตรด้านพัฒนาและผลิตสินค้ารักษ์โลก ทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทยและสินค้าแบรนด์ของโฮมโปร ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานและการทดสอบจากแบรนด์
-หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับโฮมโปร
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่า ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นจริงและตรวจสอบได้ โฮมโปรยังพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ระบุได้ว่าสินค้ารักษ์โลกที่วางขายในโฮมโปร แต่ละชิ้นผลิตจากของเก่าประเภทใด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากเพียงใด
เบื้องหลังทั้งหมดดำเนินการผ่านโครงสร้างพื้นฐานจริง ตั้งแต่ศูนย์กระจายสินค้าของโฮมโปร
ก่อนส่งต่อไปโรงงานคัดแยกและรีไซเคิล ซึ่งของเก่าจะถูกชั่งน้ำหนัก คัดแยก บดย่อย ล้าง และหลอม เป็นวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนถูกนำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ที่กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง
ปัจจุบันกว่า 80% ของวัสดุที่เข้าสู่ระบบ มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และโทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
ลองนึกภาพตู้เย็นเครื่องหนึ่ง ที่เคยตั้งในบ้านมานานหลายสิบปี วันที่ถูกยกออกไป แล้วไม่ได้ไปจบลงที่กองขยะ
แต่สามารถเข้าสู่ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ก่อนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าอีกชิ้น ที่พร้อมเริ่มต้นการใช้งานในบ้านหลังใหม่ได้อีกครั้ง
สำหรับโฮมโปร “ของเก่า” ไม่ได้หายไปไหน... แค่ “เปลี่ยน” เพื่อได้ไปต่อ
อนาคตข้างหน้า : เมื่อ “ของเก่า” จะไม่ใช่ “ขยะ” อีกต่อไป
เป้าหมายของ HomePro Circular Economy Ecosystem ไม่ใช่เพียงการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่คือการทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนกลายเป็นเรื่องที่ทุกคน “มองเห็น เข้าใจ เข้าถึง และมีส่วนร่วมได้จริง” ในชีวิตประจำวัน
ระยะถัดไป โฮมโปรเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาวัสดุหมุนเวียนประเภทใหม่ๆ นอกเหนือจากพลาสติกและเซรามิก เพิ่มทางเลือกของสินค้ารักษ์โลก ขยายจุดเติมผลิตภัณฑ์ (Refill Station) เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาบริการที่ช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้า พร้อมสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้เห็นและเข้าใจระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบอนาคตผ่านการออกแบบสินค้ารักษ์โลก อย่าง โครงการ Hackathon ที่โฮมโปรร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย
“ในโลกที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด ธุรกิจที่จะเติบโตได้ในระยะยาว อาจไม่ใช่ธุรกิจที่ขายสินค้าได้มากที่สุด แต่เป็นธุรกิจที่สร้างคุณค่าจากทรัพยากรได้มากที่สุด และหากเราทำให้โฮมโปรเป็นที่แรกที่ทุกคนนึกถึง ไม่ว่าจะซื้อ ซ่อม เปลี่ยน หรือจัดการของเก่า นั่นจะไม่ใช่เพียงความสำเร็จของธุรกิจ แต่หมายความว่า เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง” นางอุไรวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
ท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อาจเริ่มต้นจากการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน — วันหนึ่งคำว่า “ทิ้งของเก่า” อาจไม่ใช่คำที่เราใช้กันอีกต่อไป เพราะของเก่าจะถูกมองในฐานะ “ทรัพยากรที่มีคุณค่า”
เพียงเริ่มจากการ “เปลี่ยน” ส่งต่อของเก่าที่ไม่ใช้แล้วให้โฮมโปรช่วยนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี และเลือกใช้สินค้ารักษ์โลก ทุกคนก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว
เพราะของเก่าชิ้นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องจบลงที่ถังขยะ... แค่ “เปลี่ยน” เพื่อได้ไปต่อ
#HomeProCircularEconomy #ตัวจริงเรื่องจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #ร่วมรักษ์โลกไปกับโฮมโปร #โฮมโปร #HomePro #BetterLiving #Homepropr

Post a Comment