ผู้ประกอบการเขาค้อ วอนรัฐ! แก้ปัญหาการท่องเที่ยวเขาค้อ หวังสร้างรายได้เพิ่ม หลังปี 68 ทำรายได้กว่า 9 พันล้านบาท
“ท่องเที่ยวเขาค้อ เพชรบูรณ์ ฟื้นตัว หลังประสบปัญหายาวนาน ส่องปี 68 นักท่องเที่ยวเยือนเขาค้อ กว่า 2.7 ล้านคน สร้างรายได้ร่วมกว่า 9 พันล้านบาท แต่ยังพบปัญหาเรื้อรั้ง ทั้งการจราจร การควบคุมรีสอร์ทที่พัก ร้านอาหารควรให้มีมาตรฐาน เป็นปัญหาคอยสกัดการเติบโตการท่องเที่ยวให้เต็มตัว ผู้ประกอบการเขาค้อ วอนรัฐ! เร่งส่งเสริมสนับสนุน แก้ปัญหาทุกมิติ หวังสร้างรายได้เพิ่มเติม หากแก้ปัญหาพื้นที่จบ สามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวเขาค้อเพิ่ม สร้างรายได้เพิ่มอีกปีละหลายร้อยล้าน”
นายบุญเลิศ ทาแก้ว ผู้จัดการโครงการสกายวอล์ค ภูเลิศ เขาค้อ หรือ สกายวอล์ค เขาค้อ (Skywalk Khaokho) เปิดเผยถึงภาพรวมการท่องเที่ยวอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงกลางปี 2569 ว่า สถานการณ์อยู่ในทิศทางที่ดี และเริ่มกลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว เป็นช่วงที่มีทะเลหมอกและอากาศเย็น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงนิยมเดินทางแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน และสายคาเฟ่–ถ่ายภาพ ทำให้ผู้ประกอบการที่พัก ร้านกาแฟ และร้านอาหารมีอัตราการเข้าพักและยอดขายดีขึ้นในช่วงวันหยุด และวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ยังคงเป็นแลนด์มาร์กอันดับ 1 ของเขาค้อ นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญเดินทางมาตลอดทั้งปี ช่วงเช้าฤดูฝนและฤดูหนาวมักมีทะเลหมอก ทำให้วิวสวยเป็นพิเศษ ร้านกาแฟและจุดชมวิวบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นสกายวอล์ค เขาค้อ ยังได้รับความนิยมสูง ร่วมทั้งทุ่งกังหันลมเขาค้อ ยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม จุดเด่นคือวิวกังหันลมขนาดใหญ่บนความสูงกว่า 1,000 เมตร มีกิจกรรม เช่น รถรางชมวิว รถ ATV และจุดชมทะเลหมอก ช่วงปลายฝนถึงต้นหนาวจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด ส่วนสถานที่ที่ยังได้รับความนิยมรองลงมาจะเป็นจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ น้ำตกศรีดิษฐ์ ฐานอิทธิและพิพิธภัณฑ์อาวุธ ไร่ GB และไร่สตรอว์เบอร์รี่ คาเฟ่วิวภูเขาหลายแห่ง เช่น Pino Latte และร้านวิวภูเขาอื่น ๆ ซึ่งยังเป็นจุดเช็กอินหลักของนักท่องเที่ยว
ภาพรวมการท่องเที่ยวของเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ประเมินว่า สร้างรายได้เมื่อปี 2568 กว่า 9 พ้นล้านบาทต่อปี ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวจะดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนว่า ในพื้นที่การแข่งขันสูงกว่าเดิม นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางระยะสั้น เพียง 1–2 คืน และมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทำให้ที่พักและร้านอาหารต้องจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะนอกช่วงวันหยุดยาว ส่วนแนวโน้มในช่วงปลายปี 2569 หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย คาดว่าช่วงเดือนตุลาคม–มกราคม จะเป็นช่วงพีคของเขาค้ออีกครั้ง เนื่องจากเป็นเป็นช่วงที่มีฤดูทะเลหมอก และอากาศเย็น ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของเขาค้อ
สำหรับปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาค้อกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ มีทั้งปัญหาการจราจร การแข่งขันของธุรกิจ และผลกระทบต่อชุมชน หากมองในเชิงนโยบาย เขาค้อกำลังอยู่ในช่วงที่ควรเปลี่ยนจาก “แหล่งท่องเที่ยวตามฤดูกาล” เป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพตลอดทั้งปี” การดำเนินการของ ททท. ที่เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเพียงหน่วยงานเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กรมอุทยานฯ กรมทางหลวง อบจ.เพชรบูรณ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างมีข้อเสนอที่น่าพิจารณา ได้แก่ ยกระดับการตลาดเชิงรุก ปัจจุบันคนส่วนใหญ่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่แห่ง แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เขาค้อ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าเที่ยวอยู่อีกมากที่ควรมีการประชาสัมพันธ์ส่งเสริม ไม่ว่าการจัดทำแคมเปญ “เที่ยวเขาค้อ 3 วัน 2 คืน” โปรโมตเส้นทางใหม่ เช่น เขาตะเคียนโง๊ะ น้ำตกศรีดิษฐ์ แหล่งเกษตร คาเฟ่ และชุมชน ใช้ Influencer ทั้งไทยและต่างประเทศสร้างคอนเทนต์ต่อเนื่อง ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวกว่า 80–90% ยังเป็นคนไทย ควร โปรโมตผ่านสายการบิน ทำแพ็กเกจร่วมกับพิษณุโลก–เพชรบูรณ์ ผลักดันตลาดจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และยุโรปที่ชอบธรรมชาติ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน มีป้ายภาษาไทย อังกฤษ และจีน มี Free Wi-Fi จุดชาร์จรถ EV และการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้ตลอดทั้งปี”
อย่างไรก็ตามรายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการอ้างอิงตามข้อมูลสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีงบประมาณ 2568 มีรายได้รวม 9,831 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนประมาณ 2,772,578 คน ช่วงไฮซีซั่น/วันหยุดยาว: มียอดจองที่พักสูงถึง 80-90% โดยเฉพาะช่วงเทศกาลดนตรีและวันหยุดยาวส่งท้ายปีที่สร้างเงินสะพัดเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอเขาค้อและจุดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง หากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวเร่งส่งเสริมสนับสนุน แก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้ถูกจุด มีการส่งเสริมสนับสนุนอย่างครบวงจรทุกมิติ คาดว่าสามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเขามีเที่ยวเพิ่มเติมได้อีกมาก สร้างกิจกรรมเสริมการท่องเที่ยวให้ได้ทั้งปี จะสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดเพชรบูรณ์ได้อีกปีละหลายร้อยล้านบาทอย่างแน่นอน

Post a Comment