เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเรียกร้องรัฐทบทวนนโยบาย หลังตัวเลขผู้ใช้เพิ่ม

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเรียกร้องรัฐทบทวนนโยบาย หลังตัวเลขผู้ใช้เพิ่ม
ชี้ข้อมูลสะท้อนแนวโน้ม ขณะภาครัฐย้ำเหตุผลด้านสุขภาพและเยาวชน



เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ออกแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาทบทวนนโยบาย “แบนบุหรี่ไฟฟ้า” ของประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่สะท้อนแนวโน้มจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มจาก 78,742 คน ในปี 2564 เป็นประมาณ 900,000 คน ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นหลายเท่าภายในระยะเวลา 3 ปี แม้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าว


เครือข่ายฯ เห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ และมองว่านโยบายแบนแบบเบ็ดเสร็จอาจยังไม่สามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้พิจารณาแนวทางการกำกับดูแลในรูปแบบอื่น เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมคุณภาพสินค้า การเข้าถึงของผู้บริโภค และข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น
ด้าน อาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า หากนโยบายแบนสามารถลดการใช้ได้จริง จำนวนผู้ใช้น่าจะมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเมินว่าผู้ใช้อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการเรียกร้องดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพิจารณานโยบายบนฐานข้อมูลและข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยยังคงยืนยันจุดยืนในการควบคุมและห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน รวมถึงความกังวลต่อผลกระทบระยะยาวที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมา มีการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีความท้าทายในทางปฏิบัติ เนื่องจากการซื้อขายบางส่วนย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องแนวทางการจัดการบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทย ระหว่างแนวคิดการควบคุมแบบห้ามโดยเด็ดขาด กับแนวทางการกำกับดูแลภายใต้กฎหมาย ซึ่งต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลชุดใหม่ต่อไปว่าจะมีการปรับนโยบายในทิศทางใด

ไม่มีความคิดเห็น