อนุ กมธ.พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร สผ. แถลงสรุปผลการศึกษา แนะวางมาตรการดูแลสภาพปัญหารอบด้าน

อนุ กมธ.พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร สผ. แถลงสรุปผลการศึกษา แนะวางมาตรการดูแลสภาพปัญหารอบด้าน

8 ก.พ.67 - อนุ กมธ.พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร สผ. แถลงสรุปผลการศึกษา เผยคนส่วนใหญ่เห็นด้วย แนะ 3 แนวทางลดปัญหาการลงทุนของรัฐ พร้อมวางมาตรการดูแลสภาพปัญหารอบด้าน ขณะเตรียมนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณาต่อ

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ อนุกรรมาธิการ ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงถึงสรุปผลการพิจารณาศึกษา โดยกล่าวว่า อนุ กมธ. ได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาถึงผลกระทบทั้งเชิงบวก เชิงลบ รวมถึงแนวทาง และมาตรการการป้องกันและการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในภาพรวม โดยพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา และด้านศาสนาและจริยธรรม สำหรับรูปแบบของการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ การหารายได้เข้ารัฐ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น รวมถึงเพื่อแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมาย ซึ่งการลงทุนต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก จึงอาจมีปัญหาด้านงบประมาณที่รัฐจะต้องจัดหามาใช้ในการลงทุนดังกล่าว 

ดังนั้น แนวทางที่จะช่วยลดปัญหาในการลงทุน จึงอาจมีได้ใน 3 แนวทาง คือ รัฐเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งอาจอาจส่งผลกระทบต่อภาระงบประมาณของประเทศได้ แต่ข้อดีคือรัฐสามารถจะควบคุมและกำกับดูแลการดำเนินงานได้เองทั้งหมด หรือรัฐดำเนินงานร่วมกับเอกชนในรูปแบบการลงทุนร่วมกัน กรณีนี้รัฐอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงในการลงทุนเองทั้งหมด และยังสามารถจะควบคุมและกำกับดูแลการดำเนินงานได้เองอีกด้วย หรือการให้สัมปทานหรือให้ใบอนุญาตกับเอกชนตามระยะเวลาที่กำหนด กรณีนี้ รัฐไม่ต้องรับความเสี่ยงในการลงทุนเองทั้งหมด ส่วนการควบคุมและกำกับดูแลการดำเนินงานอาจต้องกำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบไว้ในใบอนุญาตให้รัดกุม
   ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการได้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อกรณีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจร คาสิโน และการพนันออนไลน์ ซึ่งประชาชนโดยส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ก็มีบางส่วนที่ยังมีข้อกังวลใจอยู่บ้าง เช่น ยังมีเว็บพนันออนไลน์เถื่อนเกิดขึ้นมากมาย จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ศึกษา เพื่อเป็นการป้องกันและปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์เถื่อนซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต จึงเสนอแนะให้นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม Ai Machine Learning เพื่อใช้ในการค้นหาและทำการปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์เถื่อนเชิงลึกอย่างจริงจัง อีกทั้งศึกษาให้นำเอาเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม มาช่วยในการคัดกรองผู้เข้าเล่น และจัดการควบคุมเรื่องด้านการเงิน และจัดเก็บภาษีให้กับประเทศ ซึ่งการพิจารณาศึกษาดังกล่าว คณะอนุกรรมาธิการ ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มจำนวน 10 ข้อต่อกรณีนี้ พร้อมเห็นว่า หากจะมีการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ควรจะมีมาตรการดูแลสภาพปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านสังคม มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบเชิงวัฒนธรรม รวมถึงบริบทของการดำรงวิถีชีวิตและวิถีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ตลอดจนการใช้มาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางสังคม เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยมองถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในภาพรวม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม คณะอนุ กมธ. จะได้นำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ ให้กับ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรฯ สภาฯ ได้พิจารณา ต่อไป